อาการเหล่านี้จัดว่าเป็นอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) โดยมีสาเหตุมาจาก 3 กลไกหลัก ได้แก่ สมอง ระบบประสาท และระบบหลอดเลือด เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่สาเหตุหลักมาจากระบบหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงน้องชายไม่เพียงพอ โดยอาการจะชัดเจนขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นแต่ทั้งนี้อาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยอื่นร่วมด้วย ดังนี้

  • มีปัญหาทางหลอดเลือด ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน
  • ความผิดปกติทางระบบประสาทและไขสันหลัง
  • ปัจจัยทางด้านจิตใจ ได้แก่ ความเครียด ภาวะซึมเศร้า
  • ปัจจัยทางฮอร์โมน ได้แก่ ฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) ต่ำ ความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
  • พฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอร์ ขาดการออกกำลังกาย

อยากให้น้องชายกลับมาฟิตปั๊ง โดยไม่ต้องใช้ยา ไม่ต้องผ่าตัด แถมเห็นผลระยาว  ได้ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย

Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย หรือที่เรียกกันว่า ช็อคเวฟน้องชาย การบำบัดนี้จะฟื้นฟูกลไกการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยส่งคลื่นกระแทกที่มีความเข้มต่ำแบบแรงกระแทกจากภายนอกแบบเบา ๆ เป็นเทคโนโลยีฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) แบบเฉพาะส่วน โดยจะส่งพลังงานผ่านตัวกลางไปยังเนื้อเยื่อขององคชาติ ทำให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณดังกล่าวเล็กน้อย (microtrauma) เมื่อเนื้อเยื่อเกิดการบาดเจ็บจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางชีวภาพ นั่นคือการผลิต angiogenic factors ออกมาบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้มีการสร้างหลอดเลือดฝอยขึ้นใหม่ (neovascularization) เลือดจึงไหลเวียนได้ดีขึ้น ผลที่ตามมาคือน้องชายตื่นตัวและแข็งตัวได้ดีขึ้น 

ช็อคเวฟน้องชาย โดยปกติจะมี 2 แบบด้วยกัน ได้แก่

  1. ช็อคเวฟน้องชาย หัวโฟกัส Focused Extracorporeal Shockwave therapy (f-ESWT) จะปล่อยพลังงานในลักษณะโฟกัสลงไปยังเนื้อเยื่อระดับลึก
  2. ช็อคเวฟน้องชาย หัวไลเนียร์ Low-Intensity Extracorporeal Shockwave Therapy (LI-ESWT) จะกระจายคลื่นเสียงที่มีพลังงานสม่ำเสมอ 

Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย เป็นการรักษาทางการแพทย์ที่ใช้คลื่น shockwave ที่มีความแรงต่ำเพื่อรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction: ED) โดยปัจจัยที่มีผลต่อความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือนกเขาไม่ขัน ในเพศชายนั้นมาจาก 3 ส่วนด้วยกัน ที่สามารถรักษาด้วยคลื่นจาก Shockwave ได้แก่ 

  • เซลล์กล้ามเนื้อเรียบในองคชาต (corpus cavernosum) มีลักษณะพรุนคล้ายฟองน้ำ ภายในประกอบด้วยหลอดเลือดฝอยจำนวนมาก หากหลอดเลือดถูกทำลาย ก็จะส่งผลให้เลือดไหลเวียนสู่น้องชายไม่เพียงนั่นเอง 
  • เซลล์บุผิวหลอดเลือด (blood vessel epithelial cells) ซึ่งอาจถูกทำลายได้จากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงของผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง รวมถึงผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคทางหลอดเลือดอื่น ๆ เป็นต้น 
  • สมองและเส้นประสาท (brain and nerves) ในผู้ที่เคยมีประวัติประสบอุบัติเหตุ เช่น ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ส่งผลให้เส้นประสาส่วนปลายได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในเพศชาย อาจส่งผลต่อเส้นประสาทบริเวณน้องชายได้ หรือในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีปัญหาเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง

โดยโครงสร้าง 3 ส่วนนี้มีบทบาทสำคัญต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายเป็นอย่างมาก หากมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อ 3 ส่วนนี้ดังที่ได้กล่าวมา ก็สามารถทำให้เกิดอาการนกเขาไม่ขันได้ ดังนั้นการทำ ช็อคเวฟน้องชาย ด้วยคลื่นเสียงที่มีความเข็มต่ำแบบแรงกระแทก (LSWT) จะช่วยแก้ปัญหาในส่วนของเซลล์กล้ามเนื้อและหลอดเลือดที่ถูกทำลายหรือเสียหายได้ ดังนี้

  • Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย ช่วยเพิ่มเซลล์ต้นกำเนิดชนิด Mesenchymal stem cell (MSC) ก่อให้เกิดการฟื้นฟูซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะเพศที่ได้รับความเสียหายได้เร็วขึ้น
  • Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย   กระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดฝอยในส่วนองคชาตขึ้นมาใหม่
  • Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย  กระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูเซลล์  โดยคลื่น shockwave จะกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูและเจริญเติบโตขอเนื้อเยื่อที่เสียหาย และเนื้อเยื่อรอบเส้นประสาทที่ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะเพศชาย

งานวิจัยเกี่ยวกับ Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย

จากงานวิจัยของ Eric Chung และ Ross Cartmill ปี 2015 ได้ศึกษาการรักษาปัญหาเสื่อมสมรรถภาพในชายกลุ่มตัวอย่างคนไข้ชายจำนวน  30 คน มีอายุเฉลี่ยประมาณ 55.8 ปี และ 18% มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศมาไม่ต่ำกว่า 18 เดือน โดยส่วนใหญ่คนไข้มีโรคทางหลอดเลือด โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน เป็นต้น การรักษาในงานวิจัยนี้ จะใช้วิธีการทำ ช็อคเวฟน้องชาย หรือ Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย ชนิด LiESWT หรือ Low-intensity extracorporeal shockwave  therapy จำนวน 3,000 ชอตแบ่งเป็นบริเวณองคชาต 1,000 ชอต บริเวณฐานองคชาต 1,000 ชอต และบริเวณเพอริเนียม (perinieum) 1,000 ชอต หลังการรักษาทั้งสิ้น 6 สัปดาห์ พบว่า 50% ของผู้ป่วอวัยวะเพศแข็งตัวได้จนสามารถกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้ และการติดตามผลหลังการรักษาเสร็จสิ้นแล้ว 4 เดือน ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงดัชนี IIEF-5

หลังจากนั้นผู้วิจัยได้ติดตามผลการรักษาเป็นระยะ 12, 24, 48 และ 60 เดือนหลังการรักษาทำ ช็อคเวฟน้องชาย หรือ Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย (Eric Chung, MBBS, and Ross Cartmill, 2021) พบว่า 2 ใน 3 ของผู้ป่วยมีอัตราความพึงพอใจลดลงในช่วง 2 ปีแรก หลังจากนั้นยังคงเสถียรภาพต่อไปจน ถึง 60 เดือน และไม่มีรายงานว่าผู้ป่วยมีผลข้างเคียงใด ๆ หลังการรักษาด้วย Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย

ระยะเวลาการรักษา Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย

การรักษาด้วย shockwave therapy ควรเข้ารับการรักษาอย่างน้อย 10 – 20 ครั้งจึงจะเห็นผล โดยผลลัพธ์ที่ได้จะมีประสิทธิภาพยาวนาน 6 – 12 เดือนหลังการรักษาสิ้นสุดลง ทั้งนี้จำนวนครั้งของการรักษา อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอาการและภาวะความรุนแรงของโรค โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา

Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย ควรดูแลตัวเองอย่างไร หลังการรักษา

เนื่องจากการรักษาด้วย shockwave เป็นการปล่อยคลื่นกระแทกแบบเบา ๆ บริเวณน้องชาย เท่านั้น ไม่ได้ก่อให้เกิด บาดแผล ความรุนแรงหรืออันตรายใด ๆ ต่อน้องชาย จึงไม่มีความจำเป็นต้องพักฟื้นหรือลางาน สามารถกลับไปดำเนินชีวิตและมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ

หลังทำ Shockwave แล้วอาการดีขึ้นสามารถหยุดทำได้ แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรดูแลสุขภาพด้ายการออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส เพื่อให้น้องชายของคุณกลับมามีชีวิตชีวาเร็วขึ้น

Shockwave Therapy ฟื้นฟูน้องชาย เหมาะกับใคร

  1. ผู้ที่ไม่ต้องการใช้ยา หรือไม่ตอบสนองต่อยา
  2. ผู้ที่มีปัญหานกเขาไม่ขัน (ED) ในระดับน้อย – ปานกลาง ซึ่งจะเห็นผลการรักษาได้อย่างชัดเจน
  3. ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมัน ความดัน แนะนำทำ  ช็อคเวฟน้องชาย ควบคู่กับหัตถการอื่น ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด