รู้หรือไม่ หลอดเลือดแดงแข็ง ภาวะที่จะนำพามาซึ่งโรคร้ายแรงในอนาคต นับเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) คือผนังหลอดเลือดแดงชั้นในหนาตัวขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่มีสาร ต่าง ๆ มาเกาะ จนเกิดอักเสบ (Inflammation) ซึ่งจะนำไปสู่การบาดเจ็บของหลอดเลือดแดงชั้นใน (Endothelial Injury) หากปล่อยไว้นาน สารนั้นจะพอกตัวหนาจนกลายเป็นแผ่นแข็ง (plaque) ประกอบด้วย ไขมัน (LDL) แคลเซียม เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดขาว (WBC) เป็นต้น ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็ง ไม่ยืดหยุ่น หลอดเลือดขยายตัวได้น้อยกว่าปกติ จนเกิดการอุดตันในหลอดเลือด หรือหลอดเลือดตีบนั้นเอง การลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ จึงไม่เพียงพอ ก่อให้เกิดโรคร้ายแรง ตามมา
โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease)
เกิดจากหลอดเลือดแดงโคโรนารี (Coronary) ที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจจึงขาดเลือด จัดเป็นโรคซึ่งติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศไทยเกือบทุกปี ที่คร่าชีวิตคนไทยไปไม่น้อย
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
หรือเรียกอีกอย่างว่า โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เกิดจากหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองตีบตัน ทำให้เนื้อเยื่อสมองตาย และทั้งนี้อาจเกิดมาจากสาเหตุอื่นที่เป็นผลพวงจาก โรคหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น หลอดเลือดสมองโป่งพอง (Cerebral aneurysms) โรคหลอดเลือดแคโรทิดตีบ (Carotid artery disease) เป็นต้น ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อหัวใจและสมองเท่านั้น สามารถส่งผลต่อหลอดแดงทุกส่วนของร่างกาย และอาจนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
สาเหตุที่ทำให้ หลอดเลือดแดงแข็ง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ หลอดเลือดแดงแข็ง
จะเห็นว่าสาเหตุที่แท้จริงของการเกิด โรคหลอดเลือดแดงแข็ง คือ การอักเสบ ไม่ว่าจะเป็น ข้ออักเสบ (arthritis) โรคลูปัส (lupus) โรคลำไส้อักเสบ (IBD) และโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการอักเสบของหลอดเลือด หรือ หลอดเลือดแดงอักเสบ ได้ทั้งสิ้น จึงนำมาซึ่งโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองในที่สุด
อาการของ ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง
โรคหลอดเลือดแดงแข็งอาการ จะขึ้นอยู่กับหลอดเลือดแดงบริเวณที่เกิดการตีบตัน ส่วนใหญ่มักเกิดที่หลอดเลือดแดงใหญ่ (aorta) และหลอดเลือดแดงกลาง (artery) ยกตัวอย่างเช่น
ความเสื่อมของหลอดเลือดมักเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น แต่เราสามารถชะลอหรือลดความเสี่ยงของการเกิด โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ลงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต